Leaf Anatomical Characteristics of the Eucalyptus Clones Tolerating to Gall Wasp (Leptocybe invasa Fisher & LaSalle)

Leptocybe invasa, a gall wasp, is a devastating of Eucalyptus plantation in Thailand and other countries. The study was to determine the Eucalyptus tolerant and susceptible to gall wasp. Six Eucalyptus clones were selected, H4 and T5 were tolerant clones while K7, K25, K51 and CT76 were gall wasp susceptible clones. Rooted cutting material of H4 and CT76 were from Siam Forestry company, SCG, The other from stump coppices of the mature trees standing at the Faculty of Forestry, Kasetsart University. Leaf samples of 1-2 weeks old were collected and preserved in 3% glutaraldehyde in water. Thin sections of petiole, leaf laminar and mid-rib were obtained by free hand cutting with razor blades. The sections were further stained with safranin O and investigating under a compound microscope

Anatomical structure of laminar was similar for six studied clones of which epidermis was one layer, mesophyll was bifacial type with two layers palisade parenchyma at both side. The gall wasp did not damage the leaf laminar. The anatomical structure of petiole and mid-rib were similar of which composed epidermis, ground tissue and vascular tissue. The epidermis was similar for both petiole and mid- rib and for all clones while epidermal height varied from 12.625 µm Ground tissues of both petiole and mid-rib differed between adaxial and abaxial . Angular collenchyma 3-7 layers were found at the adaxial ground tissue of both petiole ground tissues differed between the gall wasp tolerant and susceptible clones, the susceptible clones consist of only thin wall parenchyma while the tolerant clones, H4 and T5, consist of 7-12 layers of angular collenchyma and few layers of parenchyma .Vascular bundle was at the middle between ground tissues. Xylem was flanked by phloem called bicollateral bundle.

Width of ground tissues and cell size in ground tissues of both petiole and mid-rib and of all clones did not correlate to gall wasp tolerance. Double wall thickness was thin, 2.263- 3.493 µm for the susceptible clones while was very thick, 7.60 µm and 6.27 µm for the tolerant clones of H4 and T5, respectively. Therefore, the present of collenchyma and increasing wall thickness in ground tissue exhibited gall wasp tolerance in the tolerant clones.

 

Keywords: Eucalyptus, Gall Wasp, Leptocybe invasa, Leaf anatomy

Download Full Version (1344 kb)

บทคัดย่อ

การปลูกสร้างสวนป่ายูคาลิปตัสประสบกับปัญหาที่เกิดจากแมลงที่ทำให้เกิดปม ชื่อแตนสร้างปมหรือแตนฝอยปม (Leptocybe invasa) ซึ่งระบาดอย่างหนักในประเทศไทยสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก จากปัญหานี้จึงได้ทำการศึกษายูคาลิปตัสสายต้นที่ทนและไม่ทนต่อแตนสร้างปม โดยเลือกศึกษาท่อนพันธุ์ จากการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของยูคาลิปตัสสายต้นที่มีการปลูกในเชิงพาณิชจำนวน 6 สายต้น คือ H4, K7 , K25, K51, T5 และ CT76 ซึ่งได้มาจากบริษัทสยามฟอเรสทรีจำกัด และจากหน่อจากการกานที่โคนต้นแม่ไม้ภายในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สายต้น H4 และ T5 มีความต้านทานแตนสร้างปม สายต้นที่เหลืออ่อนแอ โดยเก็บใบอ่อนอายุไม่เกิน 2 สัปดาห์นำไปแช่ในกลูตาราลดีไฮด์ 3% ในน้ำ และนำมาตัดตามขวางด้วยมือ ใช้ใบมีดโกนตัดชิ้นส่วนที่ก้านใบและเส้นกลางใบบริเวณกึ่งกลางใบ ย้อมสีชิ้นบางด้วย safranin O นำไปศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ซึ่งแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ส่วน คือ แผ่นใบ ก้านใบ และเส้นกลางใบ

ลักษณะทางกายวิภาคของแผ่นใบยูคาลิปตัสทั้ง 6 สายต้นคล้ายกันคือมีชั้นเนื้อเยื่อผิว ชั้นเดียวอยู่ด้านนอก ใต้พาลิเซด เรียง 2 ชั้นหนาใกล้เคียงกันอยู่ใต้ชั้นผิวทั้งด้านบนและด้านล่าง ระหว่างพาลิเซดเป็นชั้นพาเรงคิมาเรียงอัดแน่นไม่มีช่องว่าง เส้นใบย่อยขนาดเล็กมีพาเรงคิมาหุ้ม 1 ชั้น มีพาเรงคิมาเชื่อมต่อออกมาติดผิวใบด้านล่าง  แตนสร้างปมไม่ทำลายแผ่นใบและเส้นใบย่อย ส่วนก้านใบและเส้นกลางใบทำการศึกษาลักษณะเดียวกันคือแบ่งเป็นเนื้อเยื่อด้านบนและเนื้อเยื่อด้านล่าง ทั้งก้านใบและเส้นกลางใบมีเนื้อเยื่อผิวในแต่ละสายต้นลักษณะรูปร่างคล้ายกันแต่ความสูงมีความแตกต่างกันทางสถิติมีความสูงระหว่าง 12.625– 14.563ไมครอน ความหนาของชั้นผิวไม่สัมพันธ์กับความทนและไม่ทนแตนสร้างปม เนื้อเยื่อพื้นด้านบนของก้านใบและเส้นกลางใบมีลักษณะทางกายวิภาคทั่วไปคล้ายกันทุกสายต้น เนื้อเยื่อพื้นด้านบนประกอบด้วยคอลเลงคิมา และพาเรงคิมา คอลเลงคิมาเป็นแบบหนาที่มุม (angular collenchyma) 3-7 ชั้น ปรากฏใต้ชั้นผิวจำนวนชั้นแปรผันในแต่ละสายต้นและแต่ละตัวอย่างเนื้อเยื่อพื้นด้านล่างของทั้งก้านใบและเส้นกลางใบมีส่วนประกอบคล้ายกัน ในสายต้นที่อ่อนแอต่อแตนสร้างปมประกอบด้วยพาเรงคิมาล้วนๆ ต่างจากสายต้นที่ทนคือ H4 และ T5 ประกอบด้วยคอลเลงคิมาและพาเรงคิมาโดยมีคอลเลงคิมา 7-12 ชั้น มัดท่อลำเลียงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางพื้นที่หน้าตัดและอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อพื้นด้านบนและด้านล่าง ท่อลำเลียงมีขนาดใหญ่มีเนื้อเยื่อท่ออาหารอยู่ด้านบนและด้านล่างของท่อน้ำเป็นมัดท่อลำเลียงแบบbicollateral bundle

ความกว้างของเนื้อเยื่อพื้นทั้งด้านบนและด้านล่างขนาดของก้านใบและเส้นกลางใบมีความผันแปรไปตามสายต้น และไม่สัมพันธ์กับความทนและอ่อนแอต่อแตนสร้างปม ความหนาของผนังเซลล์ที่ติดกัน (double wall thickness) หนามากในสายต้น H4 และ T5 ซึ่งเป็นสายต้นที่ทน เท่ากับ 7.60 ไมครอน และ 6.27 ไมครอน ตามลำดับ ในสายต้นที่ไม่ทนผนังเซลล์บางกว่ามากความหนาอยู่ระหว่าง 2.263-3.493 ไมครอน เป็นที่ชัดเจนว่าการมีคอลเลงคิมาเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อและผนังเซลล์ที่ติดกันของเซลล์หนามากเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความทนแตนสร้างปม

 

คำสำคัญ: ยูคาลิปตัส, แตนฝอยปม, แตนสร้างปม, กายวิภาคของใบยูคาลิปตัส

Download Full Version (1344 kb)