Dependency on Forest Resource of People Residing Around Buffer Zone of Nam Pui National Reserved Forest, Saiyaboury Province, Lao People’s Democratic Republic

Objectives of the study were to determine socio-economic condition, dependency on forest resource and factors affecting the dependency on forest resource of people residing around buffer zone of NamPuiNationalReservedForest. 226 respondents were used for the study. The designed questionnaire was employed as a tool for the data collection. The using statistical analysis methods were percent, minimum, maximum, mean, standard deviation, t-test and F-test, with the given significance level of 0.05

Results of the study revealed that the most respondents were male with their average age of 41.04 years. Ethnicity of the most was low land Lao. Primary school was the educational level of the most. Rice cultivation was their main occupation.   About 65.93 percent having subsidiary occupation, the resettled period was 37.02 years in average. The average size of land holding was 13.53 rais. The average annual household income and expenditure were 73,996.46 and 44,505.31 baht, respectively. About 95.54 percent received the information about conservation from government officers and 98.23 percent having the participation in forest resource conservation activities. Types of forest resources that the targeted groups depended on were firewood, timber, bamboo, herbs, wild fruits, bamboo shoot, rattan, mushroom and edibled insects and with their total value of 5,880,007.28 baht per annum.

Based on the hypothesis represented that the deferent in educational level, main occupation, handle subsiding occupation, number of household member, size of land holding, household income and participation in forest resource conservation activities caused significantly deferent in people depending on forest resource in buffer zone of Nam Pui National Reserved Forest with the significance level of 0.05. Thus, the relevant government officers should employ the obtained information as guideline for formulating the appropriate management plan of this NationalReservedForest.

Keywords: dependency, forest, buffer zone

Download Full Version (359 kb)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจ และสังคม การพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้และปัจจัยที่มีผลต่อการพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ของราษฎรที่อาศัยอยู่รอบป่ากันชนของป่าสงวนแห่งชาติน้ำปุ๋ย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือราษฎรที่อาศัยอยู่รอบป่ากันชนของป่าสงวนแห่งชาติน้ำปุ๋ยจำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือค่าร้อยละ ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

ผลการวิจัยพบว่า ราษฎรส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 41.04 ปี ส่วนใหญ่มีเผ่าพันธุ์เป็นลาวลุ่ม จบการศึกษาระดับชั้นประถม อาชีพหลักทำนา ร้อยละ 65.93 ไม่มีอาชีพรอง ระยะเวลาการตั้งถิ่นฐาน เฉลี่ย 37.02 ปี มีที่ดินถือครองเฉลี่ย 13.53 ไร่ มีรายได้เฉลี่ย 73.996.46 บาทต่อปี รายจ่ายเฉลี่ย 44.505.31 บาทต่อปี ราษฎรร้อยละ 95.54 ได้รับข้อมูลข่าวสารในการอนุรักษ์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร้อยละ 98.23 เข้าร่วมกิจกรรมในการอนุรักษ์  ทรัพยากรป่าไม้ที่ราษฎรพึ่งพิง ได้แก่ ฟืน ไม้ ไผ่ พืชสมุนไพร ผลไม้ หน่อไม้ หวาย  เห็ด และแมลงกินได้ โดยมีมูลค่าเท่ากับ 5,880,007.28 บาท

การทดสอบสมมติฐานพบว่าระดับการศึกษา อาชีพหลัก การมีอาชีพรอง จำนวนสมาชิกในครัวเรือน  ขนาดพื้นที่ที่ถือครอง รายได้ของครัวเรือน และการเข้าร่วมกิจกรรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ แของราษฎรแตกต่างกันมีการพึ่งพิงทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่กันชนของป่าสงวนแห่งชาติน้ำปุ๋ย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ไปใช้ในการวางแผนในการจัดการพื้นที่ป่ากันชนของป่าสงวนแห่งชาติน้ำปุ๋ยได้

คำสำคัญ: การพึ่งพิง,  ป่าไม้,  ป่ากันชน

Download Full Version (359 kb)