People Participation in Forest Fire Control at Mae Tuen Plantation, Thong Far Subdistrict, Ban Tak District, Tak Province

The objectives of the study were to investigate socio-economic characteristics, people participation and factors affecting people participation in forest fire control in the Mae Tuen plantation area, Thong Far subdistrict, Ban Tak district, Tak province. The data were collected using designed questionnaires to interview 308 household heads.  Statistics used in the data analysis comprised frequency, percentage, mean, standard deviation, maximum, minimum, t-test and F-test at the 0.05 statistical significance level.

The results showed that most respondents were Thai who had graduated at the primary school level. The average number of household members was 7.17 people.  The main occupation was agriculture and the minor occupation was general employment.  The average annual household income was 117,903.28 baht. The respondents mostly owned land and the average settlement period was 42.35 years. The average distance between homesteads and a forest fire area was 2.52 kilometers. The respondents mostly utilized plantation and they mostly were social group members. They received information about forest fires but they had never received any training. Their knowledge about forest fires was at a low level.

In addition, people participation in forest fire control was at a rather low level with an average score of 2.22. Factors affecting people participation in forest fire control at Mae Tuen plantation area were: education level, minor occupation, annual household income, distance between homestead and forest fire area, utilization from plantation, and training in forest fires.

Keywords: people participation, forest fire control, Mae Tuen Plantation, Tak province

Download Full Version (303 kb)

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชนและปัจจัย ที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการควบคุมไฟป่าพื้นที่สวนป่าแม่ตื่น ตำบลท้องฟ้า อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก การศึกษาได้เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือสัมภาษณ์หัวหน้าครัวเรือน หรือผู้แทนครัวเรือนตัวอย่าง จำนวน 308 ครัวเรือน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ F-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05

ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่ทำการศึกษาส่วนใหญ่มีชาติพันธุ์เป็นคนไทย มีระดับการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา มีจำนวนแรงงานในครัวเรือน เฉลี่ย 7.17 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักทางเกษตรกรรมและมีอาชีพรองรับจ้างทั่วไป โดยมีรายได้ของครัวเรือนต่อปีเฉลี่ย 117,903.28 บาท และส่วนใหญ่มีลักษณะพื้นที่ถือครองที่ดินเป็นของตนเอง โดยมีระยะเวลาการตั้งถิ่นฐานเฉลี่ย 42.35 ปี และมีระยะห่างระหว่างที่อยู่อาศัยกับพื้นที่เกิดไฟป่าเฉลี่ย 2.52 กิโลเมตร ส่วนใหญ่เคยมีการใช้ประโยชน์จากสวนป่า เป็นสมาชิกกลุ่มทางสังคม ได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องไฟป่าไม่เคยได้รับการฝึกอบรม และมีความรู้เกี่ยวกับไฟป่าระดับน้อย

สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการควบคุมไฟป่า อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ มีค่าเฉลี่ยระดับการมีส่วนร่วมเท่ากับ 2.22 คะแนน ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการควบคุมไฟป่าพื้นที่สวนป่าแม่ตื่น ได้แก่ ระดับการศึกษา อาชีพรอง รายได้ของครัวเรือนต่อปี ระยะห่างระหว่างที่อยู่อาศัยกับพื้นที่เกิดไฟป่า การใช้ประโยชน์จากสวนป่า และการได้รับการฝึกอบรมด้านไฟป่า

คำสำคัญการมีส่วนร่วมของประชาชน, การควบคุมไฟป่า, สวนป่าแม่ตื่น, จังหวัดตาก

Download Full Version (303 kb)