Utilization and Management of Forest Resource by Local People: A Case Study of Nam Et-Phoulouey National Conservation Forest Houaphanh Province, Lao People’s Democratic Republic

This research aimed to assess forest resource utilization of local people who live in the Num Et–Phoulouey National Conservation Forest Houaphanh Province, Lao People’s Democratic Republic.  Heads of 168 sample households were interviewed using a questionnaire. Data was analyzed using a computer program for social science. The analytical statistics included frequency, percentages, mean, standard deviation and Chi-square with statistical significance level of 0.05.

The respondents consisted of mostly men with an average age of 40 years.  More than a half completed lower than high school level, including of some who had never been to school. Almost of them (99.4%) used to participate in a training program on forest resource conservation. Their knowledge’s on conservation was high (average score 0.86), but on the forest law was less (average score 0.28). Each household comprised on average 7 members with 4 labor forces.  They hold about 16 rai of land and used it for crop cultivation. Their average annual income was 34,254 baht/household, and annual expenditure was 22,836 baht/household.  The results revealed that all of the sample households collected various forest products for their living. Most of the products they collected was used mainly for household consumption such as fuel wood for cooking and heater; bamboo for general purposes; bamboo shoot, wild vegetable, wild fruit, wild animal and mushroom for food; and medicinal plant for health care. In addition, they collected broom grass and wild orchid for income generation. More than 80% of the respondents benefited from those products except edible insect and medicinal plant which the user groups were lessen.  Quantities of forest products’ usage were diverse among the households’ samples. On average about 11 m3 of fuel wood and 78 bamboo culms were used annually by each household. Other products namely broom grass, wild orchid, mushroom, bamboo shoot, wild vegetable, wild fruit, wild animal, edible insect and medicinal plant were used by each household at 100, 56, 47, 74, 51, 39, 89, 22 and 8 kg/year, respectively.  The socio-economic factors of the respondents influencing their forest dependency (utilization) were variable. Education level of the respondents, number of household’s member and labor force influenced a wider range of forest products they collected.  Occupation of the respondents influenced the usage of wild orchid, whereas knowledge on forest conservation influenced usage of the edible insect.

Though the respondents perceived that utilization some forest products such as broom grass, mushroom and wild animal was implied in the communities’ rules. Collecting of wild orchid was strictly prohibited by the forest law. However, certain management for forest products’ utilization was unclear.  Local people mostly practiced accordingly by the indigenous knowledge. Seemingly, under their perception on the impacts of shifting cultivation, expansion of cultivate land and involving in forest fire ignition the forest tends to be deteriorated continuously. Thus, they should be educated on proper knowledge and understanding on forest resource conservation.  As for the knowledge and understanding about the forest law, they should be informed and clarified about trespass and claim forest area for shifting cultivation as well.

 

Keywords: forest product, utilization, management, local people, Lao PDR

Download Full Version(PDF 806 kb)

 

บทคัดย่อ

การวิจัยการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้ของประชาชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในป่าอนุรักษ์แห่งชาติน้ำแอด-ภูเลย จังหวัดหัวพัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยการสัมภาษณ์หัวหน้าครัวเรือนจำนวน 168 ราย ด้วยแบบสัมภาษณ์ ประมวลผลข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ ค่าสถิติที่ใช้ ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไคสแควร์ กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการวิจัยกลุ่มตัวอย่างซึ่งมีลักษณะทางเศรษฐกิจสังคมที่หลากกลาย อายุเฉลี่ย 40 ปี กว่าครึ่งจบการศึกษาต่ำกว่าระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย บางคนไม่ได้เรียนหนังสือ เกือบทั้งหมด (ร้อยละ 99.4) เคยเข้าอบรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และมีความรู้ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ค่อนข้างมาก (คะแนนเฉลี่ย 0.86) แต่ในด้านกฎหมายป่าไม้มีน้อย (คะแนนเฉลี่ย 0.28) สมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 7 คน เป็นวัยแรงงาน 4 คน มีที่ดินเฉลี่ย 16 ไร่ อาชีพหลักทำเกษตร รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 34,254 บาทต่อปี รายจ่ายครัวเรือนเฉลี่ย 22,836 บาทต่อปี พบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ทั้งหมดตอบว่าครัวเรือนของตนเก็บหาผลผลิตจากป่าเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำรงชีพ โดยส่วนใหญ่เก็บเพื่อใช้อุปโภคบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก ได้แก่ ไม้ฟืนสำหรับใช้หุงต้มและให้ความอบอุ่น ไผ่สำหรับประโยชน์ทั่วไป หน่อไม้ พืชผักป่า ผลไม้ป่า สัตว์ป่า แมลงกินได้ และเห็ด สำหรับเป็นอาหาร และพืชสมุนไพรสำหรับทำยารักษาโรค ยกเว้นบางประเภทที่เก็บเพื่อจำหน่าย ได้แก่ ดอกแขม และกล้วยไม้ป่า ร้อยละ 80 ของผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่าครัวเรือนของตนใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่าดังกล่าวเกือบทุกประเภท ยกเว้น แมลงกินได้และพืชสมุนไพรที่มีสัดส่วนผู้ใช้น้อยกว่า ปริมาณผลผลิตจากป่าที่ใช้แตกต่างกันออกไปในแต่ละครัวเรือน ค่าเฉลี่ยของการใช้ไม้ฟืน 11 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ไผ่ 78 ลำต่อปี ดอกแขม กล้วยไม้ป่า เห็ด หน่อไม้ พืชผักป่า ผลไม้ป่า สัตว์ป่า แมลงกินได้ และพืชสมุนไพร เท่ากับ 100  56  47  74  51  39  89  22 และ 8 กิโลกรัมต่อปี ตามลำดับ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่าหลากหลายประเภทมากที่สุด ได้แก่ การศึกษา จำนวนสมาชิก และจำนวนแรงงานในครัวเรือน ส่วนอาชีพมีผลต่อการใช้ประโยชน์จากกล้วยไม้ป่า และความรู้ด้านการอนุรักษ์มีผลต่อการใช้ประโยชน์จากแมลงกินได้

จากการศึกษายังพบว่า การเก็บหาผลผลิตจากป่าของกลุ่มตัวอย่างไม่มีรูปแบบการจัดการที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นการเก็บหาตามภูมิปัญญาประเพณีท้องถิ่นที่สืบต่อกันมาจากรุ่นก่อนๆ มีผลผลิตจากป่าบางชนิดที่มีการควบคุมการใช้โดยกฎระเบียบของชุมชน ได้แก่ ดอกแขม เห็ด และสัตว์ป่า ส่วนผลผลิตที่มีกฎหมายควบคุม คือ กล้วยไม้ป่า ประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มุมมองของประชาชนท้องถิ่นต่อการทำไร่เลื่อนลอย การขยายพื้นที่เพาะปลูกและมีส่วนทำให้เกิดไฟป่า ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ศึกษามีแนวโน้มถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้วิจัยมีความเห็นว่าเพื่อยกระดับความรู้ความเข้าใจในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประชาชนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้เพิ่มเติมและทำความเข้าใจกับประชาชนที่เข้าไปเก็บหาของป่า ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่าหรือเผาป่า ที่เป็นแหล่งผลิตที่จำเป็นของชุมชน และควรชี้แจงทำความเข้าใจให้กับประชาชนได้ทราบว่าการทำไร่เลื่อนลอยโดยบุกรุกและแผ้วถางป่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายป่าไม้

 

คำสำคัญ: ผลผลิตจากป่า การใช้ประโยชน์ การจัดการ ประชาชนท้องถิ่น สปป.ลาว

Download Full Version(PDF 806 kb)